Plasma Innovations ร่วมสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีพลาสมาเย็นสำหรับกระบวนการฟักเทียมไข่ไหมชนิดฟักออกปีละสองครั้ง หรือ Bivoltine Silkworm Egg มุ่งเพิ่มทางเลือกในการฟักเทียมที่ลดการใช้กรดและภาระการล้าง เพื่อให้ไข่ไหมพร้อมฟักทันรอบการเลี้ยงของเกษตรกร
โครงการ “การฟักเทียมไข่ไหมด้วยเทคโนโลยีพลาสมาเย็น” เป็นความร่วมมือระหว่างกรมหม่อนไหม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท พลาสมา อินโนเวชั่น จำกัด โดยมี รศ.ดร.ศิวพล ศรีสนพันธุ์ เป็นหัวหน้าโครงการ ข้อเสนอโครงการระบุระยะดำเนินงานตุลาคม 2567 – กันยายน 2568 ทดลองภาคสนามที่ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนครราชสีมาและขอนแก่น ร่วมกับงานในห้องปฏิบัติการภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
แหล่งสนับสนุนตามเอกสารโครงการ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผ่านกรมหม่อนไหม สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท พลาสมา อินโนเวชั่น จำกัด
พัฒนาทางเลือกสำหรับกระบวนการฟักเทียมไข่ไหม
การแช่กรดไฮโดรคลอริก (HCl) เป็นวิธีฟักเทียมไข่ไหมที่ใช้กันมานาน ข้อจำกัดอยู่ที่การจัดการสารเคมี การสัมผัสไอกรด และน้ำที่ใช้ล้างไข่หลังผ่านกระบวนการ
ทีมวิจัยจึงนำเทคโนโลยีพลาสมาเย็นมาศึกษาเป็นทางเลือก โดยพัฒนาเครื่องพลาสมาชนิด Gliding Arc ร่วมกับระบบควบคุมการเคลื่อนที่ด้วยคอมพิวเตอร์ (CNC) ให้หัวพลาสมาเคลื่อนผ่านแผ่นไข่ตามเส้นทางที่กำหนด สำหรับทดลองกับไข่ไหมพันธุ์ J108 × นางลายสระบุรี ทั้งรูปแบบฟักทันที หรือ Sokushin และรูปแบบฟักหลังเก็บรักษาในห้องเย็น หรือ Reishin
การศึกษาครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบระบบ การกำหนดกำลังไฟฟ้า ระยะเวลาการสัมผัส ระยะห่าง และรูปแบบการกระจายของพลาสมา เพื่อค้นหาสภาวะที่เหมาะสมต่อไข่ไหม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพการฟัก ความสม่ำเสมอ และความเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานจริง
ผลทดลองเบื้องต้นและขั้นต่อไป
ผลทดลองในไข่ไหมรหัส J×NL พบอัตราการฟัก 97.1% (ฟัก 66 จาก 68 ฟอง) และ 96.9% (ฟัก 63 จาก 65 ฟอง) จากการนับในพื้นที่ขนาด 1 ตารางเซนติเมตร สองตำแหน่ง ตัวเลขนี้เป็นผลเฉพาะบริเวณ ยังไม่ใช่ผลของทั้งแผ่น
ก่อนขยายการใช้งาน ทีมวิจัยต้องนับผลให้ครอบคลุมทั้งแผ่น ทดสอบซ้ำกับไข่หลายรุ่น และเปรียบเทียบกับวิธีแช่กรดและกลุ่มที่ไม่ผ่านพลาสมา โดยใช้ไข่ที่มีอายุและประวัติการเก็บรักษาใกล้เคียงกัน พร้อมติดตามผลหลังฟัก
จากนั้นจึงทดสอบในงานนำร่องร่วมกับผู้ปฏิบัติงาน วัดเวลาต่อแผ่น การใช้น้ำ สารเคมี พลังงาน และต้นทุนรวม เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะขยายระบบอย่างไร
ประโยชน์ที่มุ่งหวังต่อคนทำงานและเกษตรกร
เป้าหมายคือให้ผู้ปฏิบัติงานมีทางเลือกในการฟักเทียมที่ลดการสัมผัสกรด ลดภาระการใช้น้ำ และช่วยให้ศูนย์ผลิตไข่ไหมจัดการงานได้สะดวกขึ้น ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมจะได้รับไข่ที่พร้อมฟักตามรอบการเลี้ยง ทั้งนี้โครงการยังต้องวัดผลด้านการใช้น้ำ ต้นทุน และความปลอดภัยตลอดทั้งกระบวนการ ขณะนี้ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าพลาสมาช่วยประหยัดต้นทุนหรือทรัพยากรได้มากน้อยเพียงใด
อ่านรายละเอียดเต็ม ผลการนับไข่ ภาพ SEM วิดีโอการทำงานของเครื่อง และเอกสารอ้างอิง ได้ที่หน้ากรณีศึกษาการฟักเทียมไข่ไหมด้วยพลาสมาเย็น
โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Plasma Innovations ในการนำองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมพลาสมามาพัฒนาเป็นโซลูชันสำหรับโจทย์จริง โดยเชื่อมโยงงานวิจัย เทคโนโลยี และความต้องการของผู้ใช้งาน เพื่อสร้างนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้แก่ภาคการเกษตรของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม